COVID-19 เปลี่ยนวิกฤติ เป็นชีวิต Slow life และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media ) กับการบริหารการจัดการเรียนการสอน

COVID-19  เปลี่ยนวิกฤติ เป็นชีวิต Slow life 
และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media ) กับการบริหารการจัดการเรียนการสอน

 โดย   สุดคนึง อาจชอบการ  (ผู้ประมวล)
……………………………………………………………………
         ช่วงวิกฤตินี้คนทั่วโลกอาจตื่นตระหนก ของคำว่า COVID ที่เป็นคำศัพท์เฉพาะทางวงการแพทย์ ซึ่งไม่อาจแยกคำเป็นพยางค์ออกจากกันได้ แต่ผู้ประมวล มีความสงสัยลึกลงไปว่า

         คำว่า CO เป็นคำรากศัพท์ (Prefix) แปลว่า ร่วม  พร้อมกัน ร่วมกัน เช่น คำว่า Cooperation หมายถึง ร่วมมือกัน ร่วมกันทำงาน

         ส่วนคำว่า VID  ค้นหาเท่าไรก็ไม่ทราบความหมาย แต่มีคำที่ใกล้เคียง เช่น คำว่า Vide แปลว่า มอง (see ,also) และคำว่า VID นี่เอง ทำให้เกิดคำใหม่ ที่สำคัญอยู่หนึ่งคำ คือ คำว่า Video หมายถึง เครื่องที่แสดงภาพเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง และถ้าค้นให้ลึกลงไปอีกจะพบคำว่า “วีติ” ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “ความสนุกสนานรื่นเริง” มีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า video ในภาษาอังกฤษ 

         จากคำว่า CO และ VID นี้ น่าจะคลายความสงสัย และอาจมารวมหรือสังเคราะห์ คำว่า  COVID ที่เป็นคำศัพท์เฉพาะทางวงการแพทย์ มาเป็นทัศนะของผู้ประมวล เพื่อให้เข้ากับสภาพหรือสถานการณ์ปัจจุบัน ได้ว่า คำว่า COVID คือ การอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโรค ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่างมีสติ ไม่ประมาท ไม่วิตกกังวลจนเกินไปโดยการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย (Slow life )         

         กล่าวได้ว่า การดำเนินชีวิตช่วงวิกฤติโรคแพร่ระบาด COVID- 19  ทำให้เราทุกคน ได้ใช้ชีวิตแบบ slow life เรียบง่าย ไม่เร่งรีบกันมากขึ้น  คนที่ประกอบอาชีพต่างๆ ได้มีการนำงานจากสถานที่ทำงานกลับมาทำที่บ้าน (work from home)มากขึ้น หรือสถาบันการจัดการศึกษา มีการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media ) กับการจัดการเรียนการสอนผ่านผู้เรียนกับทางบ้านเพิ่มมากขึ้น
          กิจวัตรประจำวัน ที่เป็นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่รีบเร่งกัน"มากขึ้น (slow life ) เช่น ไม่ต้องตื่นเช้ารีบไปทำงาน ไม่ต้องรีบกลับบ้านหลังเลิกงาน ไม่ต้องรีบกิน ไม่ต้องรีบเที่ยว มีเวลาในการคิดและการลงมือทำ รวมถึงการพิจารณาความเป็นไป แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำงาน
         ถ้าย้อยมองลึกๆลงไปแล้ว life style การใช้ชีวิตแบบ slow life ของแต่ละคนก็คงต่างกันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเอง slow life ของบางคนอาจจะอยู่นอกเมือง ตื่นเช้า ดูธรรมชาติ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำนั่นนี่แบบเรียบง่าย ส่วน slow life ของบางคนอาจจะอยู่ในเมือง ตื่นบ่าย นั่งจิบกาแฟ วิเคราะห์พอร์ตหุ้น ทุกอย่างมันก็คือการ slow life ได้เหมือนกันทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับ life style ไม่เกี่ยวกับการใช้ของถูกหรือแพง แต่มันคือการใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ และสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ชีวิตคือการดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอด จะ slow จะ fast ก็ไม่สำคัญเท่ากับวันนี้ว่า เราได้ผ่านวิกฤติของการอยู่รอดแล้วกันแล้วหรือยัง
         ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่าไวรัส หรือ COVID- 19 ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและหน่วยงานการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการบริหารการจัดการเรียนการสอน ที่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรในสถานศึกษา รวมไปถึงผู้ปกครองนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stake holder) ต่างมีความวิตกกังวลในสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคที่มีขึ้นอย่างรุนแรงในทุกประเทศทั่วโลก และไม่อาจกำหนดได้ว่าสถานการณ์ของโรคจะคลี่คลายลงเมื่อใด  และระบบการจัดการศึกษาทั่วโลก รวมถึงการจัดการศึกษาในประเทศไทย ต้องตระหนักและคำนึงถึง ค้นหารูปแบบวิธีการการจัดการศึกษาใหม่ที่
สามารถใช้ได้ในการจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยให้มีประสิทธิภาพ ทั้งเพื่อรองรับวิกฤติของโลกในขณะนี้ ซึ่งจะเป็นวิธีการ หรือทางเลือกหนึ่ง หรือในหลายวิธี เพื่อให้ระบบการศึกษายังคงเป็นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สามารถรองรับการผลิตกำลังคนทีมีคุณภาพเพื่อการพัฒนาประเทศทุกๆด้าน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่จะสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคที่มีขึ้นอย่างรุนแรงในทุกประเทศทั่วโลก โดยไม่ให้การจัดการศึกษาของสถานบันศึกษาต้องหยุดชะงัก ชะลอตัว และสามารถเดินหน้าไปได้ ก็คือ การจัดรูปแบบการศึกษาแบบสังคมออนไลน์ (Social Media) กับการประยุกต์การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษากับทางบ้านของผู้เรียนแต่ละประเภทหรือแบบต่างๆให้มากขึ้น 
          การจัดรูปแบบการศึกษาแบบสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่ใช้งานกันในปัจจุบันแบ่งออกเป็นหลายประเภท ผู้ประมวล ขอสรุปเป็นประเภทใหญ่ๆ ที่สามารถนำประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนกับสถานศึกษาและทางบ้านผู้เรียน แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
          1) Blog 
          2) Social Networking 
          3) Microblog 
          4) Media Sharing 
          5) Social News and Bookmaking
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
          1. Blog มาจากคำเต็มว่า Weblog บางครั้งอ่านว่า Weblog , Web Log ซึ่ง Blog ถือเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ใช้งานบนเว็บไซต์มีลักษณะเหมือนกับเว็บบอร์ด ผู้ใช้ Blog สามารถเขียนบทความของตนเองและเผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย Blog เปิดโอกาสให้บุคคลที่มี
ความสามารถในด้านต่างๆ เผยแพร่ความรู้ด้วยการเขียนได้อย่างเสรี ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็น Blog เช่น Learners, GotoKnow, wordpress, blogger เป็นต้น
          2. Social Networking หรือ เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นรูปแบบของเว็บไซต์ในการสร้างเครือข่ายสังคมในอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ใช้เขียนและอธิบายความสนใจหรือกิจกรรมที่ทำ เพื่อเชื่อมโยงความสนใจและกิจกรรมกับผู้อื่นในเครือข่ายสังคมด้วยการสนทนาออนไลน์ การส่งข้อความ การส่งอีเมล์ การอัปโหลดวิดีโอ เพลง รูปถ่าย เพื่อแบ่งปันกันกับสมาชิกใน
สังคมออนไลน์ เป็นต้น เครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น Facebook, Hi5, Bebo, MySpace และ Google+ เป็นต้น
          3. Micro Blog  เป็นรูปแบบหนึ่งของ Blog ที่จำกัดขนาดของข้อความที่เขียน ผู้ใช้สามารถเขียนข้อความได้สั้นๆ ตัวอย่างของ Micro Blog เช่น Twitter, Pownce, Jaiku และ tumblr เป็นต้น โดย Twitter เป็น Micro Blog ที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุด กล่าวคือสามารถเขียนข้อความแต่ละครั้งได้เพียง 140 ตัวอักษร 
           ตัวอย่างการใช้ Twitter ในการจัดการเรียนการสอน
           Twitter (ทวิตเตอร์)  คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการ blog สั้น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Micro-Blog ซึ่งสามารถให้ผู้ใช้ส่งข้อความของตนเองให้ผู้อื่นที่ติดตามทวิตเตอร์ของผู้เขียนอยู่นั้นสามารถอ่านได้ และผู้เขียนเองก็สามารถอ่านข้อความของเพื่อน หรือคนที่กำลังติดตามผู้เขียนอยู่ได้ ซึ่งทวิตเตอร์ก็ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ประเภท social Media ด้วยเช่นกัน ในรูปแบบของทวิตเตอร์นี้ ที่เรียกว่าเป็น blog สั้นก็เพราะว่าทวิตเตอร์ให้เขียนข้อความได้ครั้งละไม่เกิน 140  ตัวอักษร ซึ่งข้อความนี้เมื่อเขียนแล้วจะไปแสดงอยู่ในหน้า Profile ของผู้เขียน และจะทำการส่งข้อความนี้ไปยังสมาชิกที่ติดตามผู้เขียนคนนั้นอยู่ (follower) โดยอัตโนมัติ 
โดยสามารถใช้ได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือจากโทรศัพท์มือถือ
ทวิตเตอร์จัดอยู่ในกลุ่มไมโครบล็อก ซึ่งลักษณะร่วมของไมโครบล็อก มีดังนี้
                1. มีการจำกัดความยาวของข้อความกำหนดไว้ที่ 140 ตัวอักษร
                2. มีช่องทางการส่งข้อความและรับข้อความที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์มือถือ/เว็บไซต์ โปรแกรมที่เขียนขึ้นมาพิเศษ (Client) โดยสามารถติดต่อผ่าน API
                3. เผยแพร่ข้อมูลแบบกระจาย (Broadcasting) มีลักษณะคล้ายกับการส่งข้อความสั้น (SMS) แต่ข้อความไม่ได้นำส่งเฉพาะระหว่างผู้ส่งและผู้รับเพียงสองคนเท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงผู้ใช้งานที่ติดตามด้วย
                4. มีข้อมูลหลากหลายเนื่องจากมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก
                5. ข้อมูลมักถูกล้างออกไปจากระบบเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง (Flooded) เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความมาก ข้อความใหม่จะแทนที่ข้อความเก่า
                6. มีความง่ายในการใช้งาน ด้วยข้อจำกัดของจำนวนอักขระทำให้ข้อความมีขนาดสั้นไม่เสียเวลาในการพิมพ์ข้อความ จึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ส่งข้อมูลเข้าไปในระบบได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ส่งผลให้เกิดการกระจายข้อมูลจากปากต่อปาก (Words of Mouth) ได้ง่าย
          4. Media Sharing เป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปภาพ แฟ้มข้อมูล เพลง หรือวิดีโอเพื่อแบ่งปันให้กับสมาชิก หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็น Media Sharing เช่น Youtube, Flickr และ 4shared เป็นต้น
                  ตัวอย่างการใช้ Youtube ในการจัดการเรียนการสอน
                  Youtube เป็นเว็บไซต์ที่มีลักษณะเปิดให้ใครก็ได้นำคลิปวิดีโอที่ตนมีอยู่ไปฝากไว้ โดยใช้ระบบการให้บริการโดยใช้โปรแกรม Adobe Flash เรียบเรียงเนื้อหาบนเว็บไซต์รวมไปถึงไฟล์วีดิโอต่างๆ และสามารถนำฟังก์ชันต่างๆ ที่เว็บสร้างขึ้นมาไปช่วยในการเผยแพร่คลิปนั้นๆ โดยมีเครื่องมือที่สำคัญคือ Embed Code ที่ใช้ สำหรับแพร่กระจายคลิปต่างๆ ไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลก โดยผู้ใช้สามารถใส่ภาพวีดิโอเข้าไป เปิดดูภาพวีดิโอที่มีอยู่และแบ่งปันภาพวีดิโอให้ผู้อื่นดูได้ ใน YouTube จะมีข้อมูลเนื้อหารวมถึงคลิปภาพยนตร์สั้นๆ และคลิปที่มา
จากรายการโทรทัศน์ มิวสิกวิดีโอ และวิดีโอบล็อกลิ้ง (ซึ่งเป็นการสร้างบล็อกโดยมีส่วนของข้อมูลที่เป็นภาพ วิดีโอ เป็นส่วนประกอบด้วย โดยเฉพาะเป็นภาพวิดีโอที่เกิดจากมือสมัครเล่นถ่ายกันเองโดยไฟล์วีดิโอที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ส่วนใหญ่เป็นเพียงไฟล์คลิปสั้นๆ เท่านั้น ความยาวเพียงไม่กี่นาที ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าชมได้ง่าย โดยมีการแบ่งประเภทและจัดอันดับไฟล์วีดิโอ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ล่าสุด ไฟล์ที่มีผู้ชมมากที่สุด ไฟล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกชมได้อย่างสะดวก และยังมีบริการที่สามารถดูวีดิโอได้ทีละเฟรม โดยเลือกดูส่วนใดของวีดิโอก็ได้
                  ในการนำ Youtube มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน สามารถทำได้ดังนี้
                   1.ใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน เช่น สาธิตวิธีการทำอาหารเพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพจริงสามารถนำไปปฏิบัติได้ หรือสอนภาษาอังกฤษ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอดการเรียนรู้ได้ 
                   2. ผู้สอนสร้างกลุ่มของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม จากนั้นใช้ Youtube ในการเผยแพร่ผลงานของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนจัดทำผลงานจากนั้นนำเสนอผลงานผ่านทาง Youtube จากนั้นแบ่งปันให้เพื่อนสามารถเข้าไปดูผลงานได้ 
                   3. ผู้เรียนใช้เป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร เพิ่มเติมจากในห้องเรียน
          5. Social News and Bookmarking เป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหาในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผู้ส่งและสามารถให้คะแนนและเลือกบทความหรือเนื้อหาใดที่น่าสนใจที่สุดได้ ผู้ใช้สามารถ Bookmark เนื้อหาหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบได้ รวมทั้งยังแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้ด้วย
                ตัวอย่างการใช้ Social News and Bookmarking ในการจัดการเรียนการสอน
                Social News เป็นเว็บไซต์กลุ่มข่าวสารที่ผู้ใช้สามารถส่งข่าว โดยผสม social bookmarking บล็อก และการเชื่อมโยงเนื้อหาเว็บเข้าด้วยกัน และมีการกรองคัดเลือกเนื้อหาในลักษณะการร่วมลงคะแนนที่ทุกคนเท่าเทียมกัน เนื้อหาข่าวและเว็บไซต์จะถูกส่งเข้ามาโดยผู้ใช้ จากนั้นจะถูกเลื่อนให้ไปแสดงที่หน้าแรกผ่านระบบการจัดอันดับโดยผู้ใช้ ซึ่งข่าวอาจอยู่ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ การกระจายเสียง อินเทอร์เน็ต การบอกเล่าเรื่องราวของบุคคลอื่น หรือกลุ่มคน Social Media ชนิดนี้เป็นเครื่องมือในการบอกต่อและสร้างจำนวนคนเข้ามายังที่เว็บไซต์ ตัวอย่างเว็บไซต์ประเภทนี้ เช่น Current TV , หนังสือพิมพ์ออนไลน์ เป็นต้น
Social Bookmarking เป็นบริการบนเว็บไซต์สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยการแบ่งปันการคั่นหน้าไว้บนเว็บไซต์ผู้ให้บริการ เพื่อรวบรวม จัดเก็บ แบ่งหมวดหมู่ สืบค้น และโดยเฉพาะเพื่อการแบ่งปันเว็บไซต์หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์แก่คนอื่นๆ ที่สนใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Social News เช่น Digg เป็นต้น 
              ในการนำ Social News และ Social Bookmarking มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ผู้สอนอาจใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเนื้อหา หรือนำเนื้อหาในข่าวมาเป็นประเด็นคำถามในการเรียนเพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ โดยอาจทำได้หลายวิธี เช่น ผู้สอนเป็นผู้นำข่าวมาเป็นประเด็นให้ผู้เรียนตอบ ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันหาเนื้อหา
แล้วนำมาอภิปรายร่วมกัน หรือให้ผู้เรียนจัดกลุ่มแล้วช่วยกันเลือกประเด็นแล้วอภิปรายภายในกลุ่ม โดยใช้ Social Bookmarking เป็นแหล่งในการรวบรวมความรู้และจัดเก็บข้อมูลจากการสืบค้นของกลุ่มเพื่อแบ่งปันให้เพื่อนในห้อง เป็นต้น
              ซึ่งรูปแบบหรือวิธีการจัดการเรียนการสอนข้างต้นเป็นวิธีการหนึ่งในหลายๆวิธี ที่จะทำผู้เรียนได้บรรลุผลตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของแต่ละสาระการเรียนรู้ สถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถนำรูปแบบการจัดการศึกษาแบบสังคมออนไลน์ (Social Media) ไปปรับใช้ตามความเหมาะสมตามสภาพบริบทของสถานศึกษา ที่สำคัญคือ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จะต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครองนักเรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และร่วมกันจัดการศึกษาในทุกมิติ โดยคำนึงว่าการเรียนรู้ของผู้เรียนจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทุกสถานที่  ทุกโอกาส โดยทุกคนทุกภาคส่วนร่วมกันให้การสนับสนุน ผู้ประมวลมีความเชื่อว่า จะสามารถพลิกวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค COVID 19 เป็นชีวิต Slow life  ด้วยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media ) กับการบริหารการจัดการเรียนการสอน เพื่อก้าวทันกับการ

เปลี่ยนผ่าน พร้อมรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบและทุกคนก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ และยิ้มได้เมื่อภัยมา

ความคิดเห็น